กะลา กาแฟคุณภาพ สะอาด ปี55 มาแล้ว


ขอเชิญเที่ยว ชม บรรยากาศธรรมชาติของไร่กาแฟดีล


 

ครอบครัวไร่ดีล

 

 



 

ข่าวไร่ดิวลง หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก

                            คม ชัด ลึก วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.. 2551

"ทิปปิก้า"อราบิก้าพันธุ์ไทย หนึ่งเดียวจากไร่"ดีลกาแฟ"

บรรดาคอกาแฟที่ติดอกติดใจในรสชาติหอมกรุ่นของสายพันธุ์ "อราบิก้า" บาง

คนยังไม่ทราบว่าอราบิก้าที่จำหน่ายในร้านกาแฟทั่วไป ส่วนใหญ่มาจากสาย

พันธุ์ "คาติมอ" ซึ่งเป็นสายพันธุ์แยกย่อย (Strain)

ที่ปลูกกันแพร่หลายในภาคเหนือ ขณะที่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า กาแฟอราบิก้ายังมีสาย

พันธุ์ย่อย "ทิปปิก้า" ซึ่งเป็นสายเลือดไทยแท้อีกสายพันธุ์ที่กำลังค่อยๆ เลือนหายไป

จากประเทศไทย

ด้วยความหลงใหลในกลิ่นและรสกาแฟอราบิก้าสายพันธุ์ "ทิปปิก้า" ทำให้ "สุวลักษณ์

เคนคำ" เจ้าของไร่ดีลกาแฟ บนยอดดอยใน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ มุ่งมั่นพัฒนา

นำกาแฟอราบิก้าสายพันธุ์ทิปปิก้ากลับมาเป็นที่ยอมรับจากคอกาแฟเมืองไทยอีกครั้ง

ภายใต้แบรนด์ "DEAL arabica coffee"

เจ้าของไร่ดีลกาแฟเล่าถึงที่มาของการฟื้นกาแฟอราบิก้าสายพันธุ์ดั้งเดิมให้เป็นที่รู้จักว่า เริ่มจากการชื่นชอบการปั่นจักรยาน

เสือภูเขา โดยเฉพาะที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.แม่ฮ่องสอน กระทั่ง 4 ปีที่ผ่านมา มีโอกาสไปปั่นจักรยานสัมผัสอากาศหนาวที่

.เชียงใหม่ และพบโดยบังเอิญว่าเกษตรกรในหมู่บ้านแห่งหนึ่งบนยอดดอยสูงใน อ.ดอยสะเก็ด ยึดอาชีพปลูกกาแฟมา

หลายชั่วอายุคน

"เดิมทีหมู่บ้านแห่งนี้ปลูกกาแฟอราบิก้าสายพันธุ์ "ทิปปิก้า" มาโดยตลอด แต่ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา แทบทุกไร่หันไปปลูก

อราบิก้าสายพันธุ์ "คาติมอ" แทนสายพันธุ์เดิม ซึ่งเป็นผลมาจากการรณรงค์ของหน่วยงานภาคเกษตรทั้งของรัฐและเอกชน

ในจำนวนนี้มีไร่กาแฟเพียงแห่งเดียวในหมู่บ้านที่รอดพ้นจากการเปลี่ยนสายพันธุ์และยังคงปลูกกาแฟอราบิก้าสายพันธุ์ทิปปิ

ก้า ยิ่งเมื่อได้ทราบว่าเจ้าของไร่ต้องการขายไร่ จึงตัดสินใจซื้อไร่แห่งนี้ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูสายพันธุ์ เนื่องจากมั่นใจว่าจะ

ต่อยอดได้และด้วยความหวังจะให้เป็นจุดเริ่มต้นในการขยายการปลูกกาแฟอราบิก้าสายพันธุ์ทิปปิก้าให้แพร่หลายอีกครั้ง"

สุวลักษณ์บอกถึงความต่างระหว่างพันธุ์ "คาร์ติมอ" และ "ทิปปิก้า" ว่า อาจมีรสชาติไม่ต่างกันมากนัก แต่ทิปปิก้ามี "จุด

เด่น" ที่เป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่ปลูกง่าย มีความทนต่อโลกสูงกว่าพันธุ์อื่นๆ สามารถเติบโตได้ดีในที่สูงและมีรสชาติ 100

เปอร์เซ็นต์ในการบ่มสุกและด้วยความที่เลี้ยงง่าย ทำให้ไร่ดีลกาแฟใช้วิธีปลูกทิปปิก้าเป็นไม้ชั้นสองใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่

หากเป็นสายพันธุ์อื่นอาจต้องการแสงมากกว่าและเมล็ดอาจสุกช้าหากแสงแดดไม่เพียงพอ

"เคล็ดลับที่ทำให้ทิปปิก้าของดีลกาแฟได้รับการยอมรับจากโรงแรมชั้นนำ บูติกรีสอร์ท และร้านกาแฟที่มีชื่อเสียงหลาย

แห่งทั่วประเทศ มาจากการเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต เริ่มตั้งแต่การดูแลและเก็บเกี่ยวผลผลิตไปจนถึง

กระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟเพื่อให้ได้คุณภาพก่อนถึงผู้บริโภค ภายใต้แนวคิดการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน" เจ้าของไร่ดีลกาแฟ

เผย

นอกจากนี้ ยังรับว่า ไร่แห่งนี้ไม่เน้นปริมาณแต่เน้นคุณภาพ ซึ่งการปลูกปราศจากสารเคมี แต่จะใช้เปลือกกาแฟที่หลง

เหลือจากการสีเมล็ดมาผสมกับน้ำอีเอ็มเป็นปุ๋ย นอกจากจะทำให้ต้นกาแฟมีความสมบูรณ์ ผลโต สามารถเพิ่มผลผลิตต่อต้น

ได้มากกว่าใช้ปุ๋ยเคมีแล้ว เมล็ดยังไม่หลุดร่วงจากต้นแม้จะโดนฝนตกอย่างหนัก ซึ่งแต่ละปีไร่ดีลกาแฟจะมีผลผลิตออก

จำหน่ายเพียงปีละ 5-7 ตันเท่านั้น

ด้วยความพิถีพิถันจนทำให้รสชาติกาแฟเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ จนเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย ทำให้ความต้องการ

ผลิตภัณฑ์เริ่มมากขึ้นเป็นลำดับ ขณะที่ไร่ดีลกาแฟยังคงยึดแนวทางไม่เน้นปริมาณและเน้นคุณภาพ ส่งผลให้ไร่ดีลกาแฟ

เริ่มเปิดรับซื้อเมล็ดกาแฟทิปปิก้าจากไร่อื่นๆ ซึ่งได้รับความสนใจ เนื่องจากขายได้ราคาสูงกว่าตลาดทั่วไป ทำให้ขณะนี้ไร่

กาแฟที่รายล้อมไร่ดีลกาแฟเริ่มหันกลับมาปลูกกาแฟอราบิกาสายพันธุ์ย่อยทิปปิก้ากันมากขึ้น จนเรียกว่าเป็นการขยายสาย

พันธุ์ได้เป็นอย่างดี

 

 


 

                  รงพระเจริญ

ไร่ดีลยินดีต้อนรับ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้1
mod_vvisit_counterเมื่อวาน30
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้122
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่ผ่านมา140
mod_vvisit_counterเดือนนี้238
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว566

Online: 1
Today: Jul 12, 2014